ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 11 หรือ Book Expo Thailand 2006
งานนี้ได้มีโอกาสไปออกบูธกับเขาด้วย อยู่บูธ R41 โซน C-2 ชื่อบูธว่าเกมส์โซน
คงไม่ต้องบอกว่าขายหนังสืออะไรล่ะมั้ง น่าจะเดากันออกเนอะ
งานนี้เหนื่อยมากๆ ต้องไปเตรียมบูธตั้งแต่ 9 โมงเศษๆ กว่าจะเลิกงานปิดบูธเสร็จก็ปาไปเกือบๆ 4 ทุ่มนู่น แถมทำงาน 13 วันรวด ไม่มีวันหยุด
ยืนเกือบทั้งวันแทบไม่ได้นั่ง ช่วง 4 วันแรกปวดขามากๆ ก้าวขาแต่ละก้าวนี่ปวดไปหมด พอมาช่วงหลังกล้ามเนื้อเริ่มเข้าที่ก็เลยไม่ปวดละ แค่เมื่อยนิดหน่อย...
ค่าแรงที่ได้ก็แสนจะน้อยนิด ทำงานวันละเกือบ 12 ชม. ได้วันละ 300 บาท หักค่ากินค่าเดินทางก็เกือบหมดละ
ไปทำ 2 วันแรก ยังคิดอยู่ว่างานนี้ไม่คุ้มเอาซะเลย ทำงานหนักแต่ได้ค่าแรงนิดเดียว
แต่ทำไปเรื่อยๆแล้วกลับรู้สึกสนุกมาก ได้อะไรหลายๆอย่างจากงานนี้ ถึงวันสุดท้ายแล้วรู้สึกใจหาย
นี่งานจบแล้วเหรอ คิดในใจว่าอยากให้งานมีต่อไปอีกซัก 2 เดือนจัง...
ทุกเช้าเมื่อมาถึงงาน จะเจอผู้ที่มาเข้าชมงานยืนรออยู่หน้าประตูกันมากมาย แต่จะถูกกันไว้ไม่ให้เข้าเพราะงานยังไม่เริ่ม
ไอ้เราเดินมาถึงก็ฝ่าฝูงชนไปถึงทางเข้า พี่รปภ.ก็เปิดทางให้เราเข้าไปได้แค่คนเดียว
ทุกสายตาต่างจับจ้องมาทางนี้หมด ประมาณว่าทำไมไอ้นี่มันเข้าได้ฟะ เท่ห์ซะไม่มีอ่ะ หุหุ
มาถึงก็ไปเปิดบูธ จัดหนังสือเรียบร้อย สักพักเจ้าเบียร์ น้องที่ทำงานที่บูธก็จะมา พร้อมกับหิ้วข้าวหิ้วน้ำมาให้
10 โมง เริ่มงานไปได้ซักแป๊บ นายจุ่นเพื่อนที่ทำงานที่บูธอีกคนก็จะเข้ามาที่บูธพร้อมหนังสือพิมพ์สตาร์ซอคเกอร์ เป็นอันว่าครบทีม
ทุกๆเช้าก่อนเริ่มงาน และช่วงใกล้ๆปิดงานจะมีพี่ๆน้องๆจากบูธอื่นแวะเวียนมาเสมอ
มีพี่จากบูธสารานุกรมไทย จะแวะมาดูทุกวัน วันละหลายๆรอบ คุยไปคุยมาได้ความว่า มีเพื่อนฝากหาเกม เลยแวะมาดูว่ามีอะไรบ้างจะได้ไปบอก และซื้อถูก
น้องนั่ม จากบูธพ.ศ.พัฒนา อยู่ฝั่งตรงข้ามแวะมาหาเกมไปเล่น บังเอิญเหลือบไปเห็นหนังสือ Diablo2 แล้วอยากเล่นแต่ไม่มีแผ่น
เลยเอาแผ่นให้ยืมไป พอดีน้องเค้าอยู่ในช่วงสอบเลยหยุดไปหลายวัน เอามาคืนวันสุดท้าย แต่อนิจจา มาแต่กล่อง ลืมแผ่นไว้ในเครื่อง
เลยนัดเจอกันแถวๆบ้านเพื่อเอามาคืน (บูธนี้มี 2 พี่น้องสุดน่ารัก ปาล์ม และมะปราง แอบมองบ่อยๆ หุหุ)
น้องแพร ลูกสาวของคนที่มาฝากวางหนังสือขายหน้าบูธ น่ารักมาก เรียกรอยยิ้มจากทุกๆคนได้เสมอ ชอบชวนไปเล่นเกมที่บูธข้างๆด้วยกันเสมอ
วันไหนน้องแพรไม่มานี่เหงาจริงๆ
พูดถึงบูธข้างๆ นิวเกตมีเดีย บูธนี้จะมาเปิดสายประจำ ปิดบูธก็ปิดก่อนคนอื่น ขนาดวันสุดท้ายยังเก็บข้าวของกันเป็นบูธแรกเลย บูธนี้มี 1 หนุ่ม ชื่อโอ๊ต เป็นเพื่อนต่างบูธคนแรกที่ได้รู้จัก กับอีก 2 สาว เบ็น และจอย (น่ารักทั้งคู่เลย อยากเจออีกจัง) คุยกันไปมากลายเป็นว่ากลุ่มนี้เป็นเพื่อนของเพื่อนจุ่นอีกทีซะนี่ โลกช่างกลมจริงๆ นอกจาก 3 คนนี้แล้วยังมีสาวๆแวะเวียนมาช่วยที่อีกเสมอ ทำไมบูธตูไม่มีมั่งหนอ T_T
น้องจากบูธหนังสือ GLOZE หนังสือคิด และทำโดยเด็กมัธยม แวะมาเหมาการ์ตูนไป 2 ชุด คุยสนุกน่ารักมาก แต่ตอนซื้อพาคุณแม่มาด้วย ไม่กล้าคุยมาก ชื่อก็ไม่กล้าถาม - -
น้องคนส่งข้าว บริการสุดประทับใจ กวนทุกทีที่เจอหน้า ปล่อยมุกฮาประจำ แต่ดันลืมถามชื่อ ไว้ไปที่นั่นอีกจะแวะไปทักทายที่ครัวเน่อ
2 สาวมาสคอตจากบูธแจ่มใสในชุดเกาหลี ร่าเริงแจ่มใสสมชื่อ เดินผ่านหน้าบูธประจำ หยอกเล่นก็เล่นด้วย ยิ้มหวานๆของน้องเค้าเห็นแล้วก็อดเลยยิ้มตามไม่ได้ทุกที
น้องยูโร จากบูธไหนหว่าจำไม่ได้ แอบหนีแม่มาเล่นเกมที่บูธข้างๆ เล่นไปเล่นมาติดใจไม่ยอมเลิกซะงั้น (เอ๊ะหรือติดใจพี่เบ็นหว่าเลยไม่อยากกลับ)
แก๊งค์สาวหมวยจากบูธนานมี เจอบนรถไฟฟ้าตอนเช้าประจำ อุตส่าห์จะเข้าไปเนียนทำความรู้จักที่บูธเค้าซะหน่อย แต่ไหงไปทีไรไม่อยู่ทุกทีหว่า
ทีตอนเดินผ่านล่ะเจอทุกรอบ - -
2 สาวผู้ประกาศข่าวจากประชาสัมพันธ์ เสียงน่ารักมาก เปิดเพลงก็เพราะโดนใจ อยากเห็นหน้าสักครั้ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เห็น
นอกจากนี้ยังได้เจอเพื่อนเก่าๆที่ตั้งแต่จบไปแล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ได้เจออาจารย์ เจอผู้คนหลากหลาย น่ารักกันทั้งนั้น
แถมยังได้พบ และขอลายเซ็นอ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ยอดศิลปินในดวงใจอีกด้วย...
ทุกวันเวลา 2 ทุ่มครึ่ง บูธอื่นๆก็เริ่มเก็บบูธกันแล้ว เหลือแต่บูธเรานี่แหละ ไม่ถึง 3 ทุ่มห้ามปิดเด็ดขาด แถมต้องรอเจ้านายมาเก็บเงินอีก
มาก็สาย เงินทอนก็ให้ไว้นิดเดียว ต้องควักกระเป๋าเองไปก่อน แถมต้องวิ่งไปแลกเงินทอนจากบูธอื่นไปทั่ว ยอดเกินแกเก็บหมด แต่ถ้าขาด จะหักจากเงินเรา ทอนเงินขาดแกไม่ว่า แต่ทอนเกินต้องรับผิดชอบ เด็กด้อยโอหาสจะมาซื้อหนังสือแล้วเค้าได้ลด50% ก็ไม่ให้ขายให้ ฮ่วย งกจริงๆเลยเจ๊ -*-
วันสุดท้ายว่าจะเอากล้องไปถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก แต่จนแล้วจนรอดก็ดันลืมหยิบไปซะนี่ ครั้นจะเอากล้องจากมือถือถ่าย ก็ไม่ชัดเอาซะเลย เลยไม่มีภาพมาให้ชมกัน
ได้แต่เก็บความประทับใจเอาไว้เป็นความทรงจำที่ดีอีกครั้งหนึ่ง ตลอดไป...
Special Thanks :
- คุณแม่ ที่รีดเสื้อให้ตอนเช้า และซื้อขนมมาให้เอาไว้ไปกินเวลาหิว
- คุณพ่อ ที่หาของกินไว้ให้ตอนกลับมาถึงบ้านทุกวัน
- พี่โอ พี่วัฒน์ 2 เจ้านาย ที่เลือกผมไปทำงานครั้งนี้ ทำให้ได้ประสบการณ์ดีๆกลับมา
- เบียร์ ที่ช่วยหิ้วข้าวหิ้วน้ำมาให้ทุกเช้า ไม่ได้เบียร์ล่ะแย่เลย
- พี่สาว และแฟนของเบียร์ ที่มาช่วยดูร้านให้ ทำให้มีเวลาพักหายใจเพิ่มขึ้น
- จุ่น ที่เป็นเพื่อนไปเหล่+แซวหญิงประจำ
- น้องแพร ที่เป็นเพื่อนเล่นเพื่อนคุย เรียกเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มได้เสมอ
- เบ็น,จอย ที่ช่วยเล่นเป็นเพื่อนน้องแพร เวลาไม่ว่าง
- นั่ม ที่อุตส่าห์ถ่อเอาเกมมาคืนให้ตั้งไกล
- พี่ๆจากบูธนิวเอเซียซี ที่ให้ลองของเล่นฝึกสมองมากมาย
- บูธซีเอ็ด ที่ให้อ่านหนังสือดีๆฟรีๆจบไปหลายเล่ม
- 7-11, ซีเอ็ด, ร้านนายอินทร์, พ.ศ.พัฒนา, อักษรพัฒนา, SIC, ฯลฯ ที่ให้แลกเงินทอนยามฉุกเฉิน
- ห้องครัวประจำศูนย์ประชุมฯ ที่ทำกับข้าวอร่อยๆ และมาส่งให้ยามท้องหิวทุกวัน (แต่ตอนหลังเดินไปตักเอง เพราะได้เยอะกว่า หุหุ)
- โปสเตอร์ภาพยนตร์ Death Note II: The Last Name ที่เรียกคนเข้าร้านได้เพียบ
- และสุดท้าย สมาคมผู้จัดพิมพ์ และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ที่จัดงานดีๆแบบนี้ขึ้นมา
